patkondiew.theingress.co · รายงานคลิปโฆษณา TikTok Shop

369 คลิป
เงินจริงอยู่ที่ 10 คลิป

ช่วง 26 พ.ค. – 24 ส.ค. 2026 แคมเปญ GMV Max ของคลีนซิ่งบาล์ม BERKIN ใช้ค่าโฆษณาไป ฿76,006 ทำยอดขายได้ ฿321,877 — คิดเป็น ROAS 4.23 เท่า ตัวเลขนี้ดี แต่มันปิดบังเรื่องที่สำคัญกว่า คือ เงินก้อนนี้ไม่ได้กระจายเท่ากัน และงบส่วนที่รั่วก็รั่วอยู่ที่เดิมทุกวัน

แคมเปญ
GMV Max (รายสินค้า)
คลิปในระบบ
369 คลิป
คลิปที่ได้ใช้เงินจริง
186 คลิป
ครีเอเตอร์
82 บัญชี · ได้งบจริง 33

ภาพรวมเงินทุกบาทที่จ่ายไป เรียงจากคลิปที่กินงบมากที่สุด

แท่งหนึ่งแท่ง = คลิปหนึ่งคลิป · ความสูง = ค่าโฆษณาที่คลิปนั้นใช้ · สีบอกว่าคุ้มไหม · แตะหรือชี้ที่แท่งเพื่อดูรายละเอียด

คลิปที่กินงบสูงสุด ฿14,750 อันดับ 50 · ฿185 อันดับ 186 · ฿0.04
คุ้ม — ROAS 4 เท่าขึ้นไป ก้ำกึ่ง — 2 ถึง 4 เท่า ขาดทุน — ต่ำกว่า 2 เท่า ดูตัวเลขรายคลิปทั้งหมดในตารางท้ายหน้า

ตัวเลขรวมสรุปทั้งช่วง 3 เดือน

ค่าโฆษณาคิดเป็น 23.6% ของยอดขาย — ถ้ากำไรขั้นต้นของบาล์มต่ำกว่านี้ แปลว่ายิงยิ่งเยอะยิ่งเจ็บ ตัวเลขนี้คือเพดานที่ควรจับตาก่อนตัวเลขอื่นทั้งหมด

อ่านรายงานนี้ยังไงใน GMV Max คุณจับได้แค่ 3 อย่าง

แคมเปญนี้เป็น GMV Max ซึ่งระบบเลือกกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา และแบ่งงบระหว่างคลิปให้เองทั้งหมด ทุกข้อเสนอในหน้านี้เลยต้องลงจอดที่คันโยก 3 อันนี้เท่านั้น

คลังคลิป

เลือกได้ว่าจะให้คลิปไหนอยู่ในคลังให้ระบบหยิบไปใช้ นี่คือคันโยกที่แรงที่สุด เพราะการถอดคลิปแย่ออก ทำให้งบก้อนเดิมไหลไปที่คลิปที่เหลือโดยอัตโนมัติ

ROI target

เป้า ROAS ที่บอกระบบว่าจะยอมจ่ายแพงแค่ไหนต่อหนึ่งออเดอร์ ตั้งสูงขึ้น = ยอดน้อยลงแต่คุ้มขึ้น นี่คือคันโยกที่ตัดหางออเดอร์แพงได้ตรงที่สุด

งบรวมต่อวัน

เพิ่มได้เมื่อสองอันบนนิ่งแล้วเท่านั้น ถ้าเพิ่มงบตอนคลังยังมีคลิปรั่วอยู่ เท่ากับเร่งให้เงินไหลออกเร็วขึ้น

สิ่งที่ทำไม่ได้

ตั้งงบรายคลิป เลือกกลุ่มเป้าหมายเอง หรือสั่งให้คลิปหนึ่งได้งบมากกว่าอีกคลิป — ทั้งหมดนี้ไม่มีปุ่มให้กดใน GMV Max ฉะนั้นเวลาเห็นข้อเสนอว่า “ย้ายงบไปคลิปที่ดีกว่า” วิธีทำจริงคือ ถอดคลิปที่แย่ออกจากคลัง ไม่ใช่ไปปรับตัวเลขงบของคลิปไหน

เรื่องที่ 1คลิปที่คนคลิกเยอะที่สุด คือคลิปที่แพงที่สุด

แบ่งคลิปที่ใช้งบเกิน ฿100 ออกเป็น 4 กลุ่มเท่า ๆ กัน เรียงตามอัตราการคลิก แล้วดูว่าแต่ละกลุ่มขายได้จริงแค่ไหน

ROAS ของแต่ละกลุ่ม

ยอดขายต่อค่าโฆษณา 1 บาท

ต้นทุนต่อออเดอร์

จ่ายเท่าไหร่ถึงได้ 1 ออเดอร์

เงินที่หายไป

฿99,000

กลุ่มคลิกสูงสุดกินงบ ฿28,247 (37% ของงบทั้งหมด) แต่คืนยอดขายมาแค่ ฿62,268 ถ้าเงินก้อนเดียวกันนี้ไปอยู่กับคลิปกลุ่มคลิกต่ำสุดที่ทำ ROAS 5.71 เท่า มันจะกลายเป็น ฿161,000

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

คลิปกลุ่มคลิกสูงเป็นคลิปสายบีบสิว/กดสิว คนหยุดดูและกดเข้ามาเยอะจริง ค่าคลิกเลยถูกกว่าเพื่อน (฿3.60 เทียบกับ ฿6.02) แต่คนที่กดเข้ามาคือคนอยากดู ไม่ใช่คนอยากซื้อ พอถึงหน้าสินค้าก็ไม่ปิดการขาย อัตราสั่งซื้อจึงตกลง และ TikTok ก็คิดค่าแสดงผลแพงขึ้น (฿381 ต่อพันครั้ง เทียบกับ ฿209) เพราะไปแย่งประมูลกับคนอื่นในกลุ่มคนดูเดียวกัน

เพราะฉะนั้น อย่าเลือกคลิปจากยอดคลิกหรือยอดวิว ให้ดูต้นทุนต่อออเดอร์อย่างเดียว

ดูตัวเลขทั้ง 4 กลุ่มเป็นตาราง

เรื่องที่ 2ป้ายที่ระบบติดให้ ไม่ได้บอกว่าคลิปไหนขายได้

GMV Max ทดลองใช้เงินกับทุกคลิปแล้วติดป้ายให้ว่า “โดดเด่น” “มีประสิทธิภาพ” หรือ “ประสิทธิภาพต่ำ” นี่คือป้ายเดียวกันกับที่คุณเห็นในหน้าจัดการโฆษณา เอามาวางเทียบกับเงินที่แต่ละกลุ่มทำได้จริง

ROAS ของแต่ละป้าย

ยอดขายต่อค่าโฆษณา 1 บาท

อัตราการคลิกของแต่ละป้าย

ค่ากลางของคลิปในกลุ่ม

ป้ายที่หลอกที่สุด

“โดดเด่น”

กลุ่มที่ระบบตีตราว่าโดดเด่นมี อัตราการคลิกสูงที่สุด ในบรรดาทุกกลุ่ม แต่ทำ ROAS ได้แค่ 2.98 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม “มีประสิทธิภาพ” ธรรมดาที่ทำได้ 4.52 เท่า — ป้ายนี้วัดที่คนดูมีปฏิกิริยา ไม่ได้วัดที่คนซื้อ

เชื่อได้แค่ไหน

กลุ่ม “โดดเด่น” มีแค่ 4 คลิป ซึ่งน้อยเกินกว่าจะสรุปเดี่ยว ๆ ได้ แต่มันชี้ไปทางเดียวกับผลการแบ่ง 4 กลุ่มตามอัตราคลิกในหัวข้อที่แล้ว ซึ่งใช้ 94 คลิปและหนักแน่นพอ — ทั้งสองมุมบอกเรื่องเดียวกันคือ สัญญาณ engagement กับสัญญาณยอดขายเดินสวนทางกันในสินค้าตัวนี้

เพราะฉะนั้น อย่าใช้ป้ายของระบบเป็นเกณฑ์เก็บหรือถอดคลิป ให้ดูต้นทุนต่อออเดอร์ของคลิปนั้นเอง

ราคาของการทดลอง

—

—

ดูตัวเลขทุกป้ายเป็นตาราง

เรื่องที่ 3เส้นแบ่งอยู่ที่ต้นทุนต่อออเดอร์ ฿100

จัดกลุ่มคลิปตามต้นทุนต่อออเดอร์ แล้วดูว่างบไปกองอยู่ตรงไหน และแต่ละกองให้ผลกลับมาเท่าไหร่

ค่าโฆษณาที่ลงในแต่ละช่วงต้นทุนต่อออเดอร์

ตัวเลขท้ายแท่งคือ ROAS ของกลุ่มนั้น

ฝั่งที่ทำงาน

฿40,795

งบ 54% ไปอยู่กับคลิปที่ปิดออเดอร์ได้ต่ำกว่า ฿100 กลุ่มนี้ทำ ROAS ระหว่าง 5.2 ถึง 11.3 เท่า — นี่คือแกนหลักของร้าน

ฝั่งที่รั่ว

฿17,566

8 คลิปที่ต้นทุนต่อออเดอร์เกิน ฿250 ดูดงบไป 23% คืนมาแค่ 1.21 เท่า บวกอีก 66 คลิปที่ใช้เงินแล้วไม่ได้ออเดอร์เลย รวม ฿2,742

แล้วควรตั้ง ROI target เท่าไหร่

ไฟล์นี้มีแค่ยอดขายขั้นต้น ไม่มีต้นทุนสินค้ากับค่าคอมครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นตัวชี้ขาด ลากแถบข้างล่างไปที่มาร์จิ้นสุทธิจริงของคุณ (ราคาขาย ลบต้นทุนสินค้า ค่าคอมครีเอเตอร์ ค่าธรรมเนียม และค่าส่ง) แล้วดูว่าเงินก้อนไหนกำไรก้อนไหนขาดทุน

30%

ROI target ที่จุดคุ้มทุน

—

ต่ำกว่านี้คือขายแล้วขาดทุน

ROI target ที่ควรตั้ง

—

เผื่อส่วนต่างไว้ 25% กันระบบไล่ออเดอร์ที่เฉียดขาดทุน

งบที่อยู่ใต้จุดคุ้มทุน

—

—

กำไรส่วนเพิ่มทั้งแคมเปญ

—

ยอดขาย × มาร์จิ้น ลบค่าโฆษณา

แต่ละช่วงต้นทุนต่อออเดอร์ กำไรหรือขาดทุนที่มาร์จิ้นนี้

ความยาวแท่งคือกำไรส่วนเพิ่ม · สีแดงคือติดลบ

—

เรื่องที่ 4ที่รั่วไม่ใช่คลิปหลงทาง แต่เป็นทั้งบัญชี

พอไล่ดูรายบัญชีแทนรายคลิป ภาพชัดขึ้นมาก ครีเอเตอร์บางคนแทบทุกคลิปทำเงิน บางคนแทบทุกคลิปเสียเงิน และเนื่องจาก GMV Max ให้ถอดคลิปออกจากคลังทีละอันได้อยู่แล้ว การถอดยกบัญชีจึงทำได้จริงและเป็นการตัดสินใจครั้งเดียวที่คุ้มกว่า

เก็บครีเอเตอร์ที่พิสูจน์แล้ว

ROAS 4 เท่าขึ้นไป และใช้งบมาแล้วเกิน ฿400

—

ถอดครีเอเตอร์ที่รั่ว

ROAS ต่ำกว่า 2 เท่า และใช้งบมาแล้วเกิน ฿400

—

ระวังถอดผิดช่อง

ปลายฟ้า มี 2 ช่อง

ช่องหลัก ปลายฟ้าคือชื่อเล่น✨ ทำ ROAS 1.71 เท่า ต้นทุนต่อออเดอร์ ฿245 แต่ ช่องสำรอง ของคนเดียวกันทำ ROAS 4.85 เท่า ต้นทุนต่อออเดอร์ ฿82 — คนเดียวกันแต่คนละช่อง ตอนถอดต้องดูชื่อบัญชีให้ตรง อย่าถอดทั้งคู่

belittlenerd คนเดียวกินงบ 35% และทำยอดได้ 44% ของทั้งหมด และมีครีเอเตอร์แค่ 33 คนจาก 82 คนที่เคยได้งบจริง ถ้าวันหนึ่งเขาเลิกทำคลิปให้ ร้านนี้จะเจ็บทันที — และคลังของเขาก็ถูกใช้จนเกือบหมดแล้ว (ยิงไป 38 จาก 44 คลิป) แปลว่างานต่อไปไม่ใช่ขอโค้ดเพิ่ม แต่คือจ้างให้ถ่ายคลิปใหม่

เรื่องที่ 5คลิปเก่ายังขายได้ อย่าเพิ่งทิ้ง

แบ่งคลิปตามวันที่โพสต์ลง TikTok แล้วดูว่าคลิปยุคไหนทำเงินได้ดีที่สุดในช่วง 3 เดือนนี้

ROAS ตามอายุคลิป

ความยาวแท่งคือ ROAS · ตัวเลขในวงเล็บคือจำนวนคลิปกับงบที่ใช้

คลิปที่โพสต์ตั้งแต่ปี 2024 ยังทำ ROAS ได้ 5.54 เท่า ในขณะที่คลิปใหม่เอี่ยมของ 3 เดือนนี้ทำได้ 3.70 เท่า — คลิปที่เคยเวิร์กแล้วยังเวิร์กอยู่ ไม่ต้องรีบเปลี่ยนของทุกเดือน ให้เอาเวลาไปคัดคลิปเก่าที่ยังไม่ได้ยิงแทน

เรื่องที่ 6คนหลุดหายไปตรงไหนบ้าง

จากคนที่เห็นโฆษณา 100 คน เหลือกี่คนในแต่ละขั้น (ถ่วงน้ำหนักตามยอดแสดงผลจริง)

6.18%คนที่เห็นแล้วกดเข้าดูสินค้า
4.73%คนที่กดเข้ามาแล้วสั่งซื้อ

คนหายไปหนักสุดที่ วินาทีที่ 2 ถึง 6 — เหลือ 33 คนจาก 100 แล้วเหลือ 15 คน สามวินาทีแรกของคลิปคือจุดที่ต้องแก้ก่อนอย่างอื่น ส่วนคนที่ทนดูจนจบมีแค่ 2.83 คน แต่กลุ่มนี้แหละที่ซื้อ — คลิปที่คนดูจบเยอะทำ ROAS 4.33 เท่า เทียบกับ 3.80 เท่าของคลิปที่คนดูจบน้อย

เรื่องที่ 7คลิป 58 อันที่รออนุญาต ไม่ใช่ของฟรี

ในช่วงนี้มี 183 คลิปจาก 369 คลิปที่ไม่ได้ใช้งบเลยสักบาท ส่วนใหญ่ตกอยู่ใน 2 สถานะนี้

แก้ข้อสรุปเดิม

—

—

คลิป 58 อันติดสถานะ “ต้องได้รับอนุญาต” คือครีเอเตอร์ยังไม่ได้ให้โค้ดโฆษณา ร้านเลยเอาไปยิงไม่ได้ ตอนแรกมันดูเหมือนของฟรีที่นอนรออยู่ แต่พอไล่ดูว่าเป็นของใคร ภาพเปลี่ยนไปคนละเรื่อง — มันไม่ใช่ของฟรี มันคือ เดิมพัน 58 ใบกับคนที่ยังไม่รู้ฝีมือ ยังควรทำอยู่ แต่ต้องทยอยทำและรู้ว่ากำลังจ่ายค่าอะไร ส่วนอีก 128 อันที่ขึ้น “ไม่พร้อมใช้งาน” คือคลิปถูกลบหรือปิดไปแล้ว อันนั้นทำอะไรไม่ได้

สรุปงานที่ต้องทำคลิปไหนเติมงบ คลิปไหนหยุด

เติมงบคลิปที่คุ้มและยังมีที่ให้โต

ROAS 4 เท่าขึ้นไป และใช้งบมาแล้วเกิน ฿250 — ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ฟลุก

    หยุดคลิปที่ยิ่งยิงยิ่งเสีย

    ROAS ต่ำกว่า 2 เท่า และใช้งบไปแล้วเกิน ฿150

      ลำดับที่ควรทำ

      ห้ามทำหลายอย่างพร้อมกัน เพราะ GMV Max ต้องใช้เวลาเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าขยับสองคันโยกพร้อมกันจะแยกไม่ออกว่าอะไรได้ผล

      1. สัปดาห์ที่ 1 — คลังคลิป

        ถอด 41 คลิปของ 3 บัญชีที่รั่วออกจากคลัง คือ หมีดาว นักส่องสกินแคร์, ปลายฟ้าคือชื่อเล่น✨ (เฉพาะช่องหลัก) และ GreedGard รวมงบ ฿15,989 ที่ตอนนี้ทำได้ 1.67 เท่า จากนั้น ปล่อยนิ่ง 3–5 วันโดยไม่แตะอะไรอีก เพื่อดูว่างบที่ไหลกลับเข้าคลิปที่เหลือให้ผลยังไง

      2. สัปดาห์ที่ 2 — ROI target

        หามาร์จิ้นสุทธิจริงก่อน แล้วใช้เครื่องคำนวณในหัวข้อที่ 3 หาเลข ROI target ปรับทีละ 10–15% ไม่ใช่กระโดดทีเดียว และอย่าขยับพร้อมกับงบ รอ 3–7 วันให้ระบบเรียนรู้จบก่อนตัดสินผล

      3. สัปดาห์ที่ 3 — งบ

        เพิ่มงบได้ก็ต่อเมื่อสองข้อบนนิ่งแล้ว คลิปกลุ่มที่ต้นทุนต่อออเดอร์ต่ำกว่า ฿150 ทำ ROAS ได้ 6.02 เท่าด้วยงบ ฿46,313 ซึ่งแปลว่ายังมีที่ให้โตถ้า ROI target คุมไม่ให้เงินไหลลงหาง

      4. ทำต่อเนื่อง — เติมของ

        จ้างครีเอเตอร์ที่พิสูจน์แล้วถ่ายคลิปใหม่ ไม่ใช่ไล่ขอโค้ดจากคนที่ไม่รู้จัก คลังของ belittlenerd ถูกใช้ไป 38 จาก 44 คลิปแล้ว ส่วน nnissan martt (6.96 เท่าด้วยงบ ฿422) กับ EveYakGlow (4.67 เท่าด้วยงบ ฿1,179) ยังทดสอบน้อยมากและถูกมาก คุ้มที่จะขอคลิปเพิ่ม ส่วน 58 คลิปที่รออนุญาต ให้ทยอยขอทีละ 10–15 คลิปต่อรอบ

      5. ตั้งไว้เป็นกฎ

        คลิปไหนใช้งบครบ ฿300 แล้วต้นทุนต่อออเดอร์ยังเกิน ฿150 ให้ถอดออกทันที ไม่ต้องรอให้ระบบติดป้าย “ประสิทธิภาพต่ำ” เพราะกว่าจะติด บางคลิปกินไปแล้ว ฿6,104 และอย่าใช้ป้าย “โดดเด่น” เป็นเหตุผลเก็บคลิปไว้

      ตัวเลขที่ยังขาดอยู่

      มาร์จิ้นสุทธิ

      ไฟล์นี้มีแค่ยอดขายขั้นต้น ไม่มีต้นทุนสินค้าและค่าคอมมิชชันครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นตัวชี้ขาดว่า ROI target ควรอยู่ที่เท่าไหร่ ทั้งแคมเปญตอนนี้คุ้มทุนที่มาร์จิ้น 23.6% แต่หางที่ต้นทุนต่อออเดอร์เกิน ฿150 ต้องใช้มาร์จิ้นถึง 64% ถึงจะไม่ขาดทุน ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับสกินแคร์ที่ขายผ่านครีเอเตอร์

      ข้อมูลดิบคลิปทั้งหมด 369 อัน